รักษามะเร็งเต้านมด้วยสมุนไพรธรรมชาติ

3745 จำนวนผู้เข้าชม  |  โรคมะเร็ง

   

มะเร็งเต้านมเกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์ของเนื้อเยื้อเต้านม ภายในเต้านมประกอบด้วยต่อมน้ำนมและท่อน้ำนม เนื้อเยื้อเกี่ยวพันธ์ หลอดเลือดและหลอดน้ำเหลือง หลอดน้ำเหลืองจะนำสารน้ำที่ไม่มีสี เรียกว่าน้ำเหลืองไปยังอวัยวะที่เรียกว่าต่อมน้ำเหลือง ต่อมน้ำเหลืองมีลักษณะเป็นรูปถั่วขนาดเล็ก พบได้ทั่วร่างกายมีหน้าที่ในการกรองสารจากน้ำเหลืองและช่วยในการต่อสู้กับโรค กลุ่มของต่อมน้ำเหลืองที่พบในบริเวณใกล้กับเต้านมคือบริเวณรักแร้ บริเวณเหนือกระดูกไหปลาร้าและบริเวณหน้าอก

ชนิดที่ของมะเร็งเต้านมที่พบบ่อยที่สุดคือ มะเร็งท่อน้ำนม ซึ่งเกิดจากเซลล์ผิดปกติในท่อน้ำนม ส่วนมะเร็งที่เกิดในท่อน้ำนมหรือที่เรียกว่ามะเร็งต่อมน้ำนม พบได้รองลงมา โดยมีลักษณะที่พิเศษคืออาจพบผู้ป่วยเป็นมะเร็งหรือมีเซลล์ผิดปกติในเต้านมทั้งสองข้างได้มากกว่ามะเร็งเต้านมชนิดอื่น มะเร็งเต้านมอักเสบ เป็นมะเร็งเต้านมชนิดที่พบได้ไม่บ่อยลักษณะอาการจะตรวจพบว่าบริเวณเต้านมมีลักษณะของการอักเสบคือ บวม แดงและร้อน

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้สูงขึ้น

  1. อายุมาก
  2. มีประจำเดือนครั้งแรกเมื่ออายุน้อย
  3. มีลูกคนแรกเมื่ออายุมาก หรือไม่มีบุตร
  4. มีประวัติเคยเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อน
  5. มีประวัติมะเร็งเต้านมในญาติสายตรง เช่น มารดาหรือพี่สาว น้องสาว
  6. เคยได้รับการรักษาด้วยรังสีบริเวณหน้าอกหรือเต้านม
  7. เนื้อเยื้อเต้านมที่หนาแน่นจากการตรวจเอกซเรย์เต้านม
  8. ได้รับฮอร์โมนจากภายนอก เช่น เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน
  9. การดื่มสุรามากเกิน
  10. เชื้อชาติคนผิวขาวมีโอกาสเป็นมากกกว่า

วิธีการตรวจที่ใช้ในการค้นหาและวินิจฉัย

  1. การเอกซเรย์เต้านมหรือแมมโมแกรมและตรวจอัลตราซาวนด์
  2. การตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ
    การตัดชิ้นเนื้อมี 4 ชนิด คือ - ตัดชิ้นเนื้อภายนอก - ตัดชิ้นเนื้อภายใน

     - การตัดชิ้นเนื้อโดยใช้เข็มขนาดใหญ่
     - การเจาะตรวจชิ้นเนื้อด้วยเข็ม คือการนำเนื้อเยื้อหรือสารน้ำไปตรวจโดยใช้เข็มขนาดเล็ก
  3. การตรวจหาตัวรับฮอร์โมน เพื่อวัดปริมาณของตัวรับฮอร์โมนและHer-2 ในเนื้อเยื่อมะเร็งเพื่อช่วยในการพิจารณารักษาว่าสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้หรือไม่
  4. การตรวจโดยใช้คลื่นสะท้อนสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นการตรวจพิเศษที่พิจารณาทำในผู้ป่วยบางราย ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจนในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง

การรักษามะเร็งเต้านม

มีการรักษาหลักอยู่ 5 วิธีประกอบด้วย

1. การผ่าตัด เพื่อนำเนื้องอกออกจากเต้านมโดยการตัดเต้านมด้านที่เป็นมะเร็งออกหรือผ่าตัดแบบสงวนเต้านมโดยตัดเฉพาะส่วนที่เป็นโรคมะเร็งออกนอกจากนี้ยังต้องทำการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้บางส่วนเพื่อตรวจดูว่ามีเซลล์มะเร็งกระจายหรือไม่

2. การฉายแสงหรือการฉายรังสี เป็นการใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งหรือป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำแบ่งได้ 2 ชนิดคือ
        a. การฉายแสงภายนอก
        b. การฉายแสงภายในหรือการฝังแร่

3. การใช้เคมีบำบัด เป็นการใช้เพื่อหยุดการเจริญเติบโตของเนื้องอกโดยการกำจัดหรือยับยั้งเซลล์มะเร็งที่กำลังแบ่งตัว วิธีการให้ยามีทั้งชนิดรับประทานและชนิดฉีดเข้าเส้นเลือดหรือฉีดเข้าบริเวณกล้ามเนื้อ วิธีการให้ยาขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค

4. รักษาด้วยฮอร์โมน เป็นการรักษาโดยการใช้การต้านฮอร์โมนหรือหยุดการทำงานของฮอร์โมนเป็นผลทำให้เซลล์มะเร็งหยุดการเจริญเติบโต ถ้าตรวจพบว่าเซลล์มะเร็งมีตัวรับการตอบสนองต่อฮอร์โมน อาจเลือกวิธีการรักษาเพื่อลดการทำงานของฮอร์โมนได้หลายวิธีเช่น การใช้ยา การผ่าตัดและการฉายรังสีในกรณีที่มะเร็งเต้านมมีการตอบสนองฮอร์โมนเอสโตรเจนและเอสโตรเจนสร้างมาจากรังไข่ อาจใช้วิธีการผ่าตัดรังไข่ออกเพื่อหยุดการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือการรักษาด้วยยาทาโมซิเฟนซึ่งใช้รักษามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นและระยะรุกราม หรือการรักษาด้วยยาอโรมาเทส อินฮิบิเตอร์ ซึ่งให้ในผู้หญิงวัยหมดระดูที่เป็นมะเร็งชนิดที่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยฮอร์โมฯ

5. การรักษาโดยยาจำเพาะเจาะจงเซลล์มะเร็ง ยาเหล่านี้จะไปจับกับตัวรับการกระตุ้นที่ผิวของเซลล์ที่ทำให้ตัวเนื้องอกเจริญเติบโต ผลโดยรวมจะทำให้เซลล์มะเร็งตายหยุดการเจริญเติบโตหรือการแพร่กระจาย

 
วิธีการรับประทานสมุนไพร G-Herb

สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งเต้านม

 วิธีรับประทาน
• รับประทานยาแผนปัจจุบัน
• รับประทาน G-Herb ครั้งละ 4 แคปซูล ก่อนอาหาร 30 นาที (เช้า กลางวัน เย็น)
(ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงแล้วแต่บุคคล)

สรรพคุณของสมุนไพร G-Herb
✔️ ช่วยบำรุง/รักษาระบบน้ำเหลืองในร่างกาย
✔️ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคและมะเร็งให้กับร่างกาย
✔️ บำรุงสุขภาพ บำรุงร่างกายสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นน้ำเหลืองเสีย
✔️ ช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น
✔️ ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
✔️ ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย
✔️ ช่วยให้สรรถภาพร่างกายดีขึ้น
✔️ ช่วยต้านมะเร็งทุกชนิด
✔️ ช่วยต่อต้านและทำลายเชื้อโรค รวมถึงการขับของเสียในเซลล์เม็ดเลือดที่ตายแล้ว
✔️ ควบคุบการแพร่กระจายของมะเร็ง
✔️ ช่วยยับยั้งกระบวนการ อันจีโอ จีนัสซิส ซึ่งเป็นกระบวนส่งอาหารแก่เซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งฝ่อและยุบตัวลงในที่สุด

ระยะเวลาเห็นผล
   • รับประทานต่อเนื่องอย่างน้อย 3-4 เดือน (แล้วแต่บุคคล) 
   • ร่างกายจะเปล่งปลั่ง ผิวพรรณดูสดใสขึ้น ผดผื่นจะเริ่มจางลงหายไปในที่สุด 
 
สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง เมื่อไปตรวจเช็คผลที่รพ. จะทราบว่าดีขึ้นโดยดูจากขนาดก้อนเนื้อที่ยุบลง และค่าเซลล์มะเร็งในกระแสเลือดที่ลดลงเช่นกัน

อาการข้างเคียง: พบว่าการรับประทาน จี-เฮิร์บ แคปซูล วัน ไม่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงแต่อย่างใด

การเก็บรักษา: ควรเก็บจี-เฮิร์บ แคปซูล วัน ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส และอย่าเก็บไว้ใกล้ความร้อนหรือแสงแดด

ขนาดบรรจุ: 1 กระปุกบรรจุ 60 แคปซูล

Powered by MakeWebEasy.com